Home » เตรียมพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เทคโนโลยี 5G

เตรียมพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เทคโนโลยี 5G

by webmaster
25 views
1.เตรียมพร้อมภาคอุตสาหกรรม

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี 5G ได้กลายเป็นกระแสที่ต้องสนใจทั่วโลกอย่างมาก สาเหตุหนึ่งคือ 5G มี per สมบัติที่สำคัญในการเริ่มสมัยดิจิทัล (digital transformation) โดยมีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่มหาศาล พร้อมด้วยความเร็ว ความคมชัด และความเสถียร

ไม่ต่างจากการใช้งานผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (fiber optic) ทำให้เทคโนโลยี 5G ไม่เฉพาะอยู่ในขอบเขตการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานของภาคอุตสาหกรรมได้ดี เช่นกัน

ประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น จีน สหรัฐ และเกาหลีใต้ ได้เป็นผู้นำด้านนี้โดยการเปิดให้บริการเทคโนโลยี 5G ในบางพื้นที่อย่างเรียบร้อยแล้วในปีนี้ ในระหว่างที่ไทยกำหนดโรดแมป (roadmap) ในการเปิดใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ในปี 2020 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ในการพัฒนาสาธารณะและเศรษฐกิจของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและความสามารถในอนาคตที่ยิ่งใหญ่ขึ้นแน่นอน

เทคโนโลยี 5G เปรียบเสมือนรากฐานที่สำคัญเพื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม

2.เตรียมพร้อมภาคอุตสาหกรรม

การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ปัจจุบันโลกถูกนำขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อทุกภาคของอุตสาหกรรม ดังนั้นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้นวัตกรรมเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับไทย

เทคโนโลยี 5G เป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล ภาครัฐกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมทุกส่วนให้สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมในอนาคต โดยคาดว่าเทคโนโลยี 5G จะราบรื่นใช้งานในไทยในปี 2035 และมีมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมรวมกว่า 2.3-5 ล้านล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในอุตสาหกรรม จำเป็นต้องดำเนินการล่วงหน้า

ถึงแม้ว่าไทยได้ทำการพัฒนาโทรคมนาคมไร้สายอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนสู่ 5G ต้องมีคลื่นความถี่ตามที่กำหนดและควรพร้อมด้านโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐาน นอกจากนี้ operator โทรศัพท์เคลื่อนที่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในด้านโครงข่าย ไม่ว่าจะเป็นการขยายโครงข่าย การเพิ่มสถานีฐาน และการอัพเกรดอุปกรณ์รับสัญญาณ ซึ่งต้องลงทุนมหาศาล นอกจากต้นทุนในส่วนของคลื่นความถี่ operator แต่ละรายยังต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐาน โดย ITU ประเมินว่าการให้บริการ 5G อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเพิ่มสถานีฐานมากถึง 40-50 เท่าจากสถานีฐาน 4G เดิม นั่นหมายถึงการลงทุนมหาศาลอีกด้วย

การเตรียมความพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี 5G ในไทย

3.เตรียมพร้อมภาคอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำเป็นต้องมีการกำหนดย่านความถี่และเงื่อนไขใบอนุญาตอย่างชัดเจน รวมถึงการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกัน (infrastructure sharing) เพื่อลดต้นทุนการติดตั้งโครงข่ายซ้ำซ้อนและย่นระยะเวลาในการติดตั้ง ในบางประเทศ เช่นอังกฤษ มีการใช้เสาสัญญาณโทรคมนาคมร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการทั้งหมด ในขณะที่ในไทย เสาสัญญาณโทรคมนาคมร่วมกันเพียง 30% เท่านั้น การเพิ่มความพร้อมในด้านนี้จะเสริมสร้างพื้นฐานทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก

ความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่ง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง สาธารณสุข และขนส่งจะเป็นกลุ่มแรกที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในระยะแรก การเข้ามาของเทคโนโลยี 5G ได้สร้างโอกาสให้กลุ่มอุตสาหกรรมไทยมองเห็นการพลิกโฉมธุรกิจของตนให้สอดคล้องกับบริบทของโลก ยกตัวอย่างเช่น ในกลุ่มสื่อและบันเทิง เทคโนโลยี 5G จะเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาแบบใหม่

เทคโนโลยี 5G ยังสามารถช่วยในด้านสาธารณสุข โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลผ่านการเก็บข้อมูลสุขภาพผ่านอุปกรณ์ wearables และการรักษาพยาบาลทางไกล (telehealth) การใช้เทคโนโลยี 5G ยังสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยการติดตามสถานะการขนส่งสินค้าแบบ real time

ในระยะต่อมา เทคโนโลยี 5G จะทำให้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคสาธารณูปโภค และภาคการเกษตรของไทยในอนาคต โดยเทคโนโลยี 5G จะช่วยเปลี่ยนรูปแบบการผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โรงงานผลิตสินค้าแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานเป็นหลักจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นโรงงานอัจฉริยะควบคุมการผล

ผ่านหุ่นยนต์และเซ็นเซอร์ในโรงงาน

ปัจจุบันมีโรงงานที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโรงงานอัจฉริยะ และมีการใช้ในระดับอุตสาหกรรม 3.0 ขึ้นไปอยู่ราว 2 หมื่นโรงงาน หรือประมาณ 15% ของโรงงานทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ยานยนต์ และปิโตรเคมี

ในส่วนของระบบสาธารณูปโภค เทคโนโลยี 5G จะช่วยในการบริหารจัดการพลังงานผ่านระบบจ่ายไฟอัตโนมัติ (smart grid) ทำให้ประเทศประหยัดพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังสามารถช่วยในการจัดการสิ่งแวดล้อม วิเคราะห์ดิน น้ำของภาคเกษตรไทย ส่งผลให้มูลค่าการผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้นเกิดเป็น smart farming ในอนาคต

อย่างไรก็ดี ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ภาคอุตสาหกรรมไทยจะต้องเตรียมพร้อมเผชิญกับความท้าทาย 3 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและกฎระเบียบที่เข้มงวด ในอนาคตเทคโนโลยี 5G จะทำให้โลกมีการเชื่อมโยงถึงกันเป็นเครือข่าย ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์ให้เอื้อต่อการใช้บริการเทคโนโลยี 5G และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คาดหวังความสะดวกสบายและการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น

ขณะที่แรงกดดันจากคู่แข่งทางธุรกิจรวมถึง supplier ใน value chain จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านเทคโนโลยีรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ กฎระเบียบและข้อบังคับด้านความปลอดภัยข้อมูลและความเป็นส่วนตัวข้อมูลจะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสหรัฐเป็นประเทศหนึ่งที่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อกีดกันการค้ากับประเทศคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว

สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.prachachat.net/columns/news-351836

You may also like

เกี่ยวกับเรา

บทความเพื่อคุณ Blog ของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะและความรู้สูงซึ่งอุทิศตนเพื่อนำเสนอโซลูชั่นคุณภาพสูงสุดแก่ลูกค้าของเรา เรามุ่งมั่นที่จะติดตามเทคโนโลยีล่าสุดและแนวโน้มอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดต่อ

@2024 – All Right Reserved. Designed and Developed by athucpham